ดอกไม้กินได้
โพสเมื่อ โดย huahinflorist


ใบไม้ ดอกไม้ กินได้ กำลังเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ของใครๆ อีกหลายคน เพราะดอกไม้ใบไม้ เหล่านี้มีสรรพคุณเสมือนหนึ่ง ยาที่ใช้ป้องกันโรคต่างๆได้ จึงมีผู้สนใจศึกษา และหันมารับประทานดอกไม้ ใบไม้ แทนการรับประทานเนื้อสัตว์
ดร.วัฒนา ณ สงขลา อดีตหัวหน้าภาค วิชาคหกรรมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ รับเชิญสโมสรโรตารีบางรัก ไปบรรยายพิเศษเรื่อง ใบไม้ ดอกไม้ กินได้ ซึ่งเรื่องนี้ ดร.วัฒนาได้เล่าถึง ความสนใจในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาว่า เมื่อก่อนถ้าใครพูดเรื่องนี้ มักมีคนติว่าสติไม่ดี เพราะไปกินของแปลก ทั้งที่มีของกินมากมาย แต่ก็ยังไม่หยุดศึกษา พอหลังเกษียณอายุราชการ ก็ยิ่งหันมาทุ่มเทในเรื่องนี้มากขึ้น เพราะจากการที่ได้ศึกษามานานนั้น เป็นที่แน่นอนว่า กว่า 95% ของพืชทั้งหมด คนสามารถรับประทานได้ เหมือนอย่างที่คนโบราณของเรารับประทานกันมาก่อน

 

แต่ใช่ว่าการรับประทานจะง่ายแค่หยิบเข้าปากเท่านั้น ดร.วัฒนาแจงว่า การจะรับประทานใบไม้ ดอกไม้นั้น จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนที่รับประทานได้ต้องศึกษาดอกไม้ใบไม้ แต่ละชนิดให้ดีเสียก่อน เหมือนอย่างที่ตัวเองรับประทาน ก็ต้องศึกษาให้ดี เพราะบางชนิดอาจมีรสฝาด ถ้ารับประทานสด ก็ต้องนำมาแปรรูปเสียก่อน หรือบางชนิดไม่ได้มีพิษด้วยตัวของมันเอง แต่เป็นเพราะสารพิษที่ตกค้าง จึงคิดว่าอย่ารับประทานอะไรเข้าไปโดยที่ยังไม่ได้มีการศึกษา

 

ดร.วัฒนากล่าวว่า จากการศึกษามากว่า 30 ปี จึงกล้าพูดและกล้าทำ หรือแม้แต่การแปรรูปดอกไม้ ใบไม้หลายอย่าง ก็ต้องศึกษา และอาศัยประสบการณ์ เพราะบางอย่างเรา ก็เอามาแปรรูปเป็นไวน์ เช่น มะเขือเทศ แตงโม ดอกไม้อีกหลายชนิด หรือนำไปทำชา แยม ซอส เช่นเราทำเทมปุระดอกไม้ แล้วเสิร์ฟกับซอสมะม่วง ส่วนกากมะพร้าวที่คนเคยนำไปทำปุ๋ย แต่จากงานวิจัยพบว่า กากมะพร้าวมีโปรตีนสูงมาก ไม่มีคอเลสเทอรอล จึงลองนำมาทำเป็นคุกกี้ ลูกของมะม่วงหิมพานต์ก็เอาไปทำไวน์ได้ ซึ่งจากประสบการณ์แล้วพบว่า การจะเลือกรับประทานอะไรนั้น เกือบทั้งหมดขึ้นกับพื้นผิวภายนอกของใบไม้ ดอกไม้แต่ละชนิดด้วย เช่น ถ้าอ่อนนุ่มเราก็สามารถรับประทานได้เลย เช่นดอกแสงจันทร์ สามารถนำไปจิ้มน้ำพริก แกงเลียง แกงส้ม รองห่อหมก ส่วนเฟื่องฟ้า ที่มีพื้นผิวคล้ายกระดาษรับประทานเฉยๆ ไม่อร่อย เราอาจนำไปชุบแป้งทอด แต่ตัวเองได้ทดลองทำไวน์ซึ่งให้รสชาติดีมาก

 

มาถึงดอกไม้ ใบไม้ ที่รับประทานได้ ดร.วัฒนาเล่าว่า ใบเตย มีสรรพคุณบำรุงหัวใจ เมื่อทราบก็ควรดื่มน้ำใบเตย แทนน้ำเปล่าก็ได้ เล็บครุฑ เป็นพืช ที่มีกลิ่นหอมสามารถทำชา-ไวน์ได้ แต่คุณสมบัติสูงสุดจะอยู่ที่ราก เฟื่องฟ้า ทำเป็นไวน์ แต่ละสีให้กลิ่นหอม ที่แตกต่างกันไป ดอกพวงชมพู ไม่มีรสชาติแต่พอทอดกรอบ แล้วมีรสชาติดีมาก กุหลาบ สามารถทำไวน์ ส่วนกลางดอกที่เหลือ สามารถนำไปทำเป็นบ๊วย และชาจากเกสรและใบ ส่วน ดอกจำปี จำปา มีสรรพคุณบำรุงหัวใจ คลายเครียด รวมทั้งดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมแทบทั้งหมด จะมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกัน ดอกชบา ช่วยในเรื่องของเลือดลม คำแสด สามารถรับประทานได้ทั้งใบ ดอก และผล แคแดง เมื่อนำไปต้มกับน้ำ สามารถนำมาปรุงเป็นน้ำหวานให้เด็กดื่มแทนน้ำหวานที่มีสีสันจัดจ้านได้.

 

กับข้าวไทย นอกจากปรุงด้วยผลไม้ต่างๆ อย่างยำมะม่วง แกงส้มมะละกอ ที่เรารู้จักกันมานานแล้ว ปู่ย่าตายายของเรายังกินดอกไม้กันด้วยนะคะ


ดอกไม้ที่ว่า ไม่ได้เอามาประดับหน้าอาหารให้ดูสวยๆเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของกับข้าวเลยละค่ะ


ดอกโสนที่ออกดอกเหลืองในท้องทุ่ง เด็ดมาจิ้มกินกับน้ำพริกได้อร่อย นอกจากนี้ทำของหวานได้ด้วยเรียกว่าขนมดอกโสน ใส่กลีบโสนผสมลงไปในแป้งขนมมีน้ำตาลโรยนิดหน่อย


ดอกขจรมาจากต้นที่เป็นไม้เลื้อยนิยมปลูกริมรั้ว ทำกับข้าวได้สารพัด นำมาผัดกับน้ำมันก็ได้ ต้มกะทิก็ดี หรือเด็ดดอกมาผสมกับไข่แล้วเจียวให้สุก เอาไว้จิ้มน้ำพริกกะปิ นอกจากนี้จะแกงจืดก็ไม่เลว หรือจะใส่แกงล้มเหมือนดอกแคก็ได้อีกเหมือนกัน น่าเสียดายตรงที่ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างแต่ตอนนี้ไม่มีใครปลูกกันแล้ว


ดอกแคเอามาแกงส้ม เชื่อกันว่ากินตอนต้นฤดูหนาวจะแก้ไข้หัวลม ไข้หัวลมนี่เป็นกันตอนต้นๆฤดูเมื่อลมหนาวพัดมา อากาศเปลี่ยน ร่างกายคนปรับตัวไม่ได้เลยครั่นเนื้อครั่นตัวจับไข้กันง่าย กินแกงส้มดอกแครสเปรี้ยวแกมเผ็ดจะหายได้ไม่ต้องกินยา คนโบราณเชื่อว่าอาหารรสเปรี้ยวหรือขมจะทำให้ไม่เป็นไข้ อย่างที่เรียกว่า "หวานเป็นลม ขมเป็นยา"


ดอกไม้ที่เด็ดมาผสมไข่เจียวกินได้อร่อยอีกอย่างหนึ่งคือดอกลัดดา ไข่เจียวใส่ดอกลัดดาเป็นแผ่นใหญ่พอสุกแล้วแล้วหั่นเป็นชิ้นๆแบบชะอมชุบไข่ กินกับน้ำพริก เขาว่าอร่อยกว่าดอกขจรเพราะดอกลัดดาหอมกว่า แต่เดี๋ยวนี้ดอกลัดดาไม่รู้หายไปไหนหมด คนรุ่นใหม่รู้ว่าเคยมีดอกไม้ชื่อนี้ก็เพราะยังเหลืออยู่ตามชื่อของผู้หญิงเท่านั้นเอง


กับข้าวดอกไม้ที่เล่ามานี้ทำกันง่ายๆ โดยมากชุบไข่ทอดแล้วกินกับน้ำพริก แต่ถ้าจะกินให้แปลกไปกว่านี้ก็มีอีกค่ะ อย่างยำดอกกุหลาบ เอากุหลาบสดมาล้างน้ำให้สะอาด แกะกลีบออก เครื่องปรุงอย่างอื่นคือหมูหรือไก่ต้มสุกหั่นฉีกฝอย แล้วปรุงกับน้ำตาล น้ำปลา มะนาวเป็นยำ เคล้าถั่วลิสงลงไป ใส่กลีบกุหลาบที่เตรียมไว้ลงไป ระวังเคล้าเครื่องปรุงเบาๆไม่งั้นกลีบกุหลาบช้ำหมด โรยหอมเจียวกระเทียมเจียวประดับหน้ายำ แต่งด้วยกลีบกุหลาบ พริกสดและใบผักชีให้สวย ถ้าไม่อยากใช้หมูหรือไก่ก็ใช้เต้าหู้แทนก็ได้ค่ะ


ยำดอกไม้อย่างอื่นนอกจากนี้ก็มียำดอกข้าวสาร ยำดอกขจร ยำดอกเสาวรส (คนละอย่างกับกะทกรก หรือpassion fruit) แต่ไม่ขออธิบาย ยังไงก็หาดอกไม้พวกนี้มายำไม่ได้อยู่ดี


กับข้าวอีกอย่างที่พอจะหาได้ถ้าใครปลูกมะขาม คือน้ำพริกดอกมะขาม ปรุงแบบน้ำพริก เจียวหอมกระเทียมจนเหลือง พริกแห้งเจียวให้กรอบเช่นกัน และกุ้งแห้ง โขลกเข้าด้วยกันทั้งหมดใส่ดอกมะขามลงไป เติมเปลวหมูหั่นชิ้นบางๆลงไปเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำปลาน้ำตาล ผัดน้ำมันนิดหน่อย เวลากินก็มีใบทองหลางใบชะพลูเป็นผักประกอบ ถ้าให้อร่อยต้องกินกับข้าวมัน แต่ถ้ากลัวไขมันในเลือดสูงก็กินกับข้าวเปล่าๆก็ได้ อีกอย่างคือต้นขี้เหล็ก ต้นไม้นี้ทานได้ทั้งใบและดอก คนแก่ชอบทานบอกว่าขมเป็นยาอีกเหมือนกัน เอามาแกงกับเนื้อย่างก็อร่อย ใครไม่ทานเนื้อจะทานแกงขี้เหล็กใส่ปลาย่างแทนก็ได้ ใบขม แต่ดอกออกเปรี้ยวนิดๆ เอามาจิ้มน้ำพริกกินก็เจริญอาหารดี



อาหารแบบไทยๆไขมันต่ำ มีน้ำพริกเป็นหลัก ดอกไม้เหล่านี้มีเส้นใยแบบเดียวกับผัก ทานได้ไม่อ้วน ไม่ค่อยมีเนื้อสัตว์ประเภทย่อยยาก มีอย่างมากก็เนื้อสัตว์เบาๆอย่างปลา รสชาติจะออกเปรี้ยว เผ็ด เค็ม กลมกลืนกันหลายรส ไม่เลี่ยน บางอย่างรสขมก็ถือว่าเป็นยา ช่วยเรื่องสุขภาพไปด้วยในตัว



ดอกไม้กินได้
ดอกไม้สามารถนำมาปรุงอาหารทานได้เกือบทุกชนิด หม่อมหลวงติ๋ว ชลมารถพิจารณ์ รวบรวมดอกไม้ที่คนไทยกินกันได้ไว้ถึง40 ชนิดทีเดียว โดยแบ่งประเภทเป็น

ดอกไม้กินดิบ : การกินดอกไม้ดิบเป็นการกินแนมน้ำพริกหรือหล่นต่างๆ มีช่อมะม่วง ช่อมะกอก ดอกชมพู่ ดอกดาวเรือง ดอกกะหล่ำ ดอกสะเดา หัวปลี

ดอกไม้กินสุก : ดอกกระเจี๊ยบ ดอกขจร ดอกฟักทอง ดอกบวบ ดอกข้าวสาร ดอกค้างคาว ดอกแคไทย ดอกอโศก ดอกทองกวาว ดอกกุ่มบก ดอกงิ้ว ดอกเล็บมือนาง ดอกผักเสี้ยน ดอกมะรุม ดอกทุเรียน ดอกขี้เหล็ก ดอกนุ่น

ดอกไม้กินสุกดิบ : ดอกโสน ดอกมะขาม ดอกพะยอม ดอกเข็ม ดอกกุหลาบมอญ ดอกกุหลาบมอญ ดอกกระเจียว ดอกบุก ดอกผักตบไทย ดอกสันตะวา ดอกสาหร่าย ดอกบัวหลวงอ่อน ดอกหมาก ดอกแต้ว ดอกลิ้นมังกร

กลิ่นหอมจากดอกไม้

ความนิยมเรื่องกลิ่นดอกไม้แตกต่างกัน เราจะศึกษาว่าชาติใดนิยมกลิ่นดอกไม้ใดว่าหอมต้องศึกษาจากภาษา

และคำพูดเปรียบเทียบความหอมของกลิ่นกับดอกไม้ในแต่ละชนชาติ คนไทยอย่างเราจะชอบเปรียบเทียบกลิ่นหอมกับกลิ่นของดอกมะลิ คนอเมริกันนิยมกลิ่นดอกส้มว่าหอม

ชาวฝรั่งเศสนิยมกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ ส่วนจีน ตุรกี บัลแกเรียนิยมกลิ่นดอกกุหลาบ

ดอกไม้ไทยเป็นประเภทดอกไม้ที่ปล่อยน้ำมันหอมออกง่ายๆ จึงสามารถนำมาใช้อบขนมให้ได้กลิ่นหอมอวลได้ เช่น ดอกมะลิ ดอกกระดังงาไทย ดอกกุหลาบมอญ ดอกนมแมว ดอกลำเจียก ดอกลำดวน ดอกชำมะนาด

สีจากดอกไม้

ไม่มีสีผสมใดสวยงามได้เท่าสีของดอกไม้

สีของดอกไม้ เกิดจากเกร็ดสีละเอียด( pigment )สะท้อนสีธรรมชาติ คือสีรุ้งเจ็ ดสี คือ ม่วง คราม ฟ้า เขียว เหลือง ส้ม แดง เกร็ดสีของดอกไม้สะท้อนสีใดเราก็เห็นสีดอกไม้เป็นสีนั้นหรือเห็นสีผสมถ้าเกร็ดสี

ผสมมากกว่าหนึ่งสี ดอกไม้สีขาวไม่มีเกร็ดสีจึงได้สะท้อนเกร็ดสีทุกสีมาเข้าตาเรา

สีจากดอกไม้ ใช้ผสมอาหารได้หลายชนิดเช่น ดอกอัญชัญให้สีม่วงคราม ดอกกรรณิการ์ก้านดอกสีส้มมาผสมสีในอาหารได้ ดอกกระเจี๊ยบผสมอาหารให้สีแดงสด

บุหรี่ดอกไม้

สำหรับสิงห์รมควัน ลองใช้ดอกไม้ไทยผสมเป็นยาสูบแทนใบยาสูบจริง ลดนิโคตินได้ดีวิธีหนึ่ง ดอกปีบตากแห้งผสมเป็นยาสูบได้ ดอกบัวหลวงกลีบรีดให้แห้งใช้เป็นยาสูบได้เหมือนกัน
น้ำดื่มดอกไม้

น้ำดื่มจากดอกไม้ให้รสชาติและกลิ่นหอมจากธรรมชาติ พร้อมมีสรรพคุรเป็นยาอ่อนๆ จะลองผสมน้ำดื่มดอกไม้ใส่ตู้เย็นไว้ประจำบ้าน ดูเก๋ไก๋ดีนะ
ดอกกระเจี๊ยบ ดอกเก๊กฮวย ดอกเบญจมาศ ดอกพิกุล ล้วนสามารถนำไปตากแห้งชงเป็นน้ำดื่มหอมๆ ได้

ดอกไม้บอกเวลา

ในอเมริกาดอกแมกโนเลียและดอกดะไลออน เริ่มบานเป็นสัญญาลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิ

ดอก Key Flower ในเยอรมัน เริ่มบานก่อนดอกไม้ชนิดอื่นเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน จึงถือเสมือนเป็นกุญแจที่ไขฤดูใบไม้ผลิให้เปิดออกมาสู่สายตามนุษย์

คนไทยโบราณสามารถบอกฤดูกาลจากดอกไม้ได้เหมือนกัน เช่น

ดอกพวงแสดออกเป็นช่วงของฤดูหนาวมาเยือน

ดอกทองกวาวบาน เริ่มฤดูร้อน

ดอกลำดวนบานส่งกลิ่นหอมในฤดูร้อน

ดอกไม้ใช้ทำยา

ตำรายาไทยมีบัญชีพืชใช้ทำยาได้กว่า 1,000 ชนิดแต่มีเพียง 90 กว่าชนิดที่ใช้ ดอกไม้ใช้ทำยาได้

สรรพคุณของดอกไม้ที่ใช้ทำยาจะมีสรรพคุณรสอ่อนเนื่องจากดอกไม้ไม่ใช่ ส่วนถาวรของต้นไม้ มีเวลาติดอยู่กับต้นเพียงไม่กี่วัน ดอกไม้ไทยที่มีสรรพคุณเป็นยาเช่น

ดอกบุนนาค บำรุงหัวใจ

ดอกสารภี แก้ลม บำรุงหัวใจ

พิกุล บำรุงหัวใจ

จำปี ผสมยาหอมบำรุงหัวใจ

จำปา ผสมยาหอมบำรุงหัวใจ

กระดังงาไทยผสมยาหอมบำรุงหัวใจ

มะลิ ยาหอม

ราชพฤกษ์ แก้แผลเรื้อรัง

กรรณิการ์ แก้ไข้เวียนหัว

ทองกวาว ถอนพิษไข้

ดอกไม้กับการตกแต่ง
ดอกไม้ดูเป็นเส้นขนานที่ไปกับการตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นงานตกแต่งใดจะขาดดอกไม้ไม่ได้เลย ตั้งแต่งานพิธีไปจนถึงภายในบ้าน แม้ไม่มีดอกไม้สดประดับบ้านอย่างน้อยหนึ่งจุดในบ้านต้องหามุม

ตั้งแจกันดอกไม้ปลอมให้บ้านมีสีสรรสวยๆของดอกไม้จนได้

ศิลปการจัดดอกไม้สดของไทยเริ่มมานานมากทีเดียว ถ้าดูจากประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัยท้าวศรีสุดาจันทร์(นางนพมาศ) ประดิษฐ์กระทงดอกไม้สดกันแล้ว

ชาติที่จัดดอกไม้โดยมีหลักปรัชญาและการดำรงชีวิตเกี่ยวข้องด้วยคือ ญี่ปุ่น ส่วนจีนเน้นการจัดดอกไม้เพื่อการบูชามากกว่า

เท่าที่เขียนมาทั้งหมดต้องขอขอบคุณข้อมูลสนับสนุนประโยชน์ของดอกไม้จากหนังสือ ดอกไม้กับคนของหม่อมหลวงตุ้ย ชุมสาย ที่ทำให้สามารถหาคำตอบ ตอบเพื่อนได้ว่าสวนดอกไม้ไม่ใช่สวยอย่างเดียวแต่เป็นสวนสวยรวยประโยชน์ที่แท้จริง

                                                        

            กระเจี๊ยบแดง แทรกกลีบดอกอยู่ตามกิ่งยาว ใช้ประดับแจกันก็ได้ ขณะเดียวกันก็นำกลีบเลี้ยงมาเชื่อม ทำแยม หรือตากแห้งใช้ต้มเป็นน้ำกระเจี๊ยบ สรรพคุณ ดื่มแก้ร้อนใน กระหายน้ำ บรรเทาอาการท้องเสีย และช่วยป้องกันการจับตัวของไขมันในเส้นเลือด กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน

            กระดังงาไทย ดอกสีเหลืองมีกลิ่นหอมสุขุม ใช้กลีบลนไฟอ่อนๆ ลอยน้ำเชื่อม ปรุงขนมหวานต่างๆ ให้กลิ่นหอม สรรพคุณ ใช้เข้ายาลม บำรุงโลหิต บำรุงธาตุ และบำรุงหัวใจ

           ดอกกล้วย หรือที่เรียกว่าหัวปลี ใช้ส่วนที่ยังอ่อนสีขาวนวล กินเป็นผักเคียงกับก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ใช้ยำ ใส่แกงเลียง ชุบแป้งทอด หรือต้มจิ้มน้ำพริก โดยเฉพาะปลีกล้วยตานีจะมีเส้นใยที่อ่อนนุ่มกว่าปลีกล้วยชนิดอื่นๆสรรพคุณ ช่วยเพิ่มน้ำนมให้กับคุณแม่คนใหม่ และช่วยลดน้ำตาลในเลือด รักษาเบาหวาน

           กุหลาบมอญ กลีบดอกสีชมพูมีกลิ่นหอมเย็น แช่น้ำลอยดอกไม้ ปรุงเป็นขนม เพื่อให้ความหอม ใส่ในยำร่วมกับดอกไม้อื่นๆ ดอกแห้งใช้ชงเป็นชา สรรพคุณบำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย ช่วยระบาย

           ดอกขจร ดอกรูปถ้วยสีเหลืองอ่อน ใช้ทั้งดอกตูมและดอกบานทำอาหารได้หลายชนิด เช่นแกงส้ม แกงจืด ไข่ตุ๋น ยำดอกขจร และชุบแป้งทอดกินกับขนมจีนน้ำพริกสรรพคุณ ให้พลังงานต่อร่างกายมาก เพราะมีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน สูงกว่าผักชนิดอื่น มีวิตามินเอและซีค่อนข้างสูง บำรุงตับ ปอด บำรุงเลือด และแก้เสมหะ

         คาเลนดูล่าหรือดาวเรืองหม้อ กลีบดอกใส่ในสลัด น้ำซุป อบกับขนมปัง เพื่อให้กลิ่นหอม สรรพคุณ ช่วยบรรเทาอาการอักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา

        ชบา ใช้แต่งสลัดผัก ใส่แกงเลียง หรือใช้เป็นสีผสมอาหารจะให้สีแดงม่วง เติมน้ำมะนาวลงไปจะให้สีแดงสด สรรพคุณ บำรุงน้ำนมในสตรีหลังคลอดบุตร ดื่มเป็นยาชงช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้ไข้ ฟอกโลหิต และช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ

          ดาวเรือง ดอกตูมลวกจิ้มน้ำพริก กินแกล้มลาบ กะปิคั่ว ช่อดอกรสขม ฉุนเล็กน้อย สรรพคุณ ขับร้อนใน ขับลม ละลายเสมหะ แก้วิงเวียนศรีษะ

          ดาหลา ดอกตูมและหน่ออ่อนจิ้มน้ำพริก แกงเผ็ด หรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมในข้าวยำ สรรพคุณ รสเผ็ดร้อน ช่วยขับลม แก้ลมพิษ แก้โรคผิวหนัง

         ดอกอโศกน้ำ ดอกเป็นพวงสีเหลืองส้มมีกลิ่นหอม รสเปรี้ยว นิยมทำแกงส้ม พล่า ยำ หรือดอกสดจิ้มกับน้ำพริกได้ สรรพคุณ แก้ไอ ขับเสมหะ บำรุงธาตุ

        เรียกว่างามอย่างมีคุณค่า เป็นทั้งอาหารตาและอาหารจาน แต่ต้องระวังสารเคมีที่ตกค้างในการปลูก ทางที่ดีปลูกเองใช้เองดีกว่าคะ




 



  • เข้าชม:  4,018
  • โหวต:  0
  • ความเห็น:  1
  •  



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
Username :     Password :    

แสดงความเห็น

 


 


ความเห็นที่ 1

Array
เมื่อ   (IP: ...xx)









  •  คลิปหลุด ภาพหลุด
  • more   



  •  มาดามโอ
  • more   



  • แนะนำเว็บไซด์